บริษัท เดนโก้ อินดัสทรี จำกัด
DENCO INDUSTRY CO.,LTD.
Tel : 02-408-5800 - 8  (9 Lines)
Fax: 02-408-5809
e-mail : prapon@denco.co.th
Line: prapondenco
Facebook: dencosolar

Denco Custom Solar Power

ออกแบบ ผลิต และจำหน่าย  เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ 

  ISO 9001 : 2008 CERTIFIED
TH 10000325

DENCO Custom Solar Power โรงงานผู้ออกแบบ ผลิต และติดตั้ง เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์แบบต่อตรง  Pure Direct Current System


| หน้าแรก | เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (แหล่งน้ำบนผิวดิน) | เครื่องสูบน้ำบาดาล พลังงานแสงอาทิตย์ |   |ติดต่อฝ่ายการตลาด | |คลิปการทำงานของเครื่องใน u-tube |
  |บทความการบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำ  | บทความเรื่องการจัดการน้ำและพื้นที่เพาะปลูก | การติดตั้งใช้งานเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก| ผลงานการติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ |  
ความรู้เรื่องโซล่าเซลล์ฯสำหรับประชาชน| |การส่งน้ำระยะไกลและขึ้นที่สูง| |Webmaster Talk||

  สถานีสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ลำดับที่ 67
เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ รุ่น DCSP0460-1800W-P50
โครงการปั๊มจ่ายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบประปาหมู่บ้านไร่ป้า
ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
แผงโซล่าเซลล์ 300วัตต์ จำนวน 6 แผง รวม 1800 วัตต์
ขับด้วยมอเตอร์ BLDC1500 Watts. 60 VDC.
BLDC Motor Controller 1500 watts
สูบน้ำจากฝายน้ำกลางหมู่บ้าน ส่งขึ้นเนินระยะทาง 360 เมตร 
ความสูงชันในแนวดิ่ง รวม 12 เมตร
ปริมาณสูบน้ำต่อวันประมาณ  52 ลูกบาศก์เมตร
Total Dynamic Head 18 m.
Working Pressure 2.5 bars.
เป็นตัวอย่างของการออกแบบ ผลิต และทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์
แบบต่อตรง ที่ออกแบบเป็นพิเศษเฉพาะกิจ
เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ รุ่น DCSP0460-1800W-P50 (ติดตั้ง วันที่๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙)
     เป็นโครงการที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของ " โครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้าน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก " ของหมู่บ้านไร่ป้า ต.ห้วยเขย่ง
อ. ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ที่กล่าวข้างต้นว่ามีความน่าสนใจ ก็เพราะว่าผู้เขียนได้มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้านไร่ป้าโดยตรง จากการติดต่อประสานงาน
และทำการออกแบบเสนอราคา รวมถึงการเตรียมข้อมูลต่างๆให้กับคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งมีศักยภาพค่อนข้างสูง สามารถให้ข้อมูลได้อย่างละเอียด เพื่อการเตรียมการสถานที่ติดตั้ง 
รวมถึงเป็นกรรมการหมู่บ้านที่สามารถทำการติดตั้งและเดินระบบท่อได้ด้วยกำลังของคนในหมู่บ้าน ซึ่งสามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายลงไปได้เป็นอย่างมาก แท่นคอนกรีต ก็สามารถใช้ช่าง
ในพื้นที่  ท่อน้ำ และอุปกรณ์ต่างๆก็จัดซื้อในพื้นที่ ไม่ต้องขนบรรทุกไปจากกรุงเทพฯ ผู้เขียนจึงขออนุญาต นำเอาข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องในการทำงานในโครงการนี้ นำมาเรียบเรียง
เป็นบทความอย่างละเอียด เพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลให้กับคณะกรรมการหมู่บ้านในท้องถิ่นอื่นๆ ได้ศึกษาหาข้อมูล และสามารถทำโครงการในลักษณะเดียวกัน ได้อย่างมั่นใจ
      ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2559 ผู้เขียนได้รับการติดต่อจากชุดทำงานคณะกรรมการหมู่บ้าน
ว่ามีความประสงค์ที่อยากจะทราบงบประมาณเพื่อทำการสูบน้ำจากคลองกลางหมู่บ้านซึ่งมีน้ำตลอดทั้งปี
สูบส่งดันขึ้นเนินเขา ไปเป็นระยะทางประมาณ 400 เมตร เพื่อสูบน้ำไปเติมแทงค์น้ำระบบประปาภูเขา
ประจำหมู่บ้าน ซึ่งระดับความสูงหรือความต่างระดับจากจุดที่ตั้งปั๊มน้ำ ไปจนถึงถังเก็บน้ำ มีระดับความชันรวม
ที่ประมาณ 10 ถึง 12 เมตร
    และทางคณะกรรมการก็ได้ทำการส่งภาพถ่ายสถานที่ติดตั้ง และรายละเอียดต่างๆที่จำเป็นสำหรับ
การออกแบบและประเมินราคามาให้กับผู้เขียนได้อย่างครบถ้วน (ภาพทางซ้ายมือ) ซึ่งรูปถ่าย ยิ่งมาก
ยิ่งดีครับ เพราะจะเป็นข้อมูลให้ผู้เขียนทำการออกแบบได้อย่างเหมาะสมกับความจำเป็นในการใช้งาน
ไม่ต้องเผื่อแผงจำนวนมากๆแบบ " เผื่อเหนียว " ก็จะช่วยทำให้ราคาของเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์
มีราคาที่ถูกลงมา สามารถจับต้อง หรือซื้อมาใช้งานได้จริง ข้อมูลสำคัญที่ต้องทราบคือ
1) ตำแหน่งของสถานที่ติดตั้ง หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด
2) ลักษณะของแหล่งน้ำ เป็นห้วย คลอง บึง หรือบ่อบาดาล
3) ระยะทาง(ความยาวท่อทั้งหมด) ในการสูบส่งน้ำ และความสูงชัน ต่างระดับ ระหว่างจุดตั้งเครื่องสูบน้ำ 
ถึงปลายทาง วัดในแนวดิ่ง
4) ปริมาณความต้องการใช้น้ำในแต่ละวัน หรือขนาดของถังเก็บน้ำ
  ข้อมูลเบื้องต้นเพียงเท่านี้ก็สามารถออกแบบและประเมินราคาได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องเดินทางไปดูหน้างาน
ซึ่งถ้าไปดูหน้างานก็จะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและในท้องที่ห่างไกลอาจจะต้องมีค่าที่พักเพิ่มเข้าไปอีก
บางครั้งก็จะมีค่าใช้จ่ายอยู่มากพอสมควร ถ้าเราสามารถออกแบบได้จากข้อมูล ภาพถ่าย ก็จะช่วยให้สามารถ
ลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ไป ไม่ต้องนำไปบวกกับราคาที่จะเสนอ เป็นต้น
   ผู้เขียนจึงได้ทำการเสนอราคาส่งไปให้เพื่อประกอบการพิจารณา การออกแบบระบบสูบน้ำต้องการใช้พลังงาน
จากแผงโซล่าเซลล์ เพราะเคยใช้กระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าสูบน้ำ แล้วมีค่ากระแสไฟฟ้าที่ต้องจ่ายสูงมาก 
ผู้เขียนจึงเสนอราคาเป็นรุ่น DCSP0460-1800W-P50 ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษใช้แผงโซล่าเซลล์จำนวน 6 แผง
รวม 1800 วัตต์ ซึ่งประมาณการในการออกแบบ เพื่อการสูบส่งน้ำในสภาพหน้างานตามที่ได้รับข้อมูล
ระบบจะสามารถสูบส่งน้ำจากคลองกลางหมู่บ้าน ขึ้นเติมถังน้ำที่ปลายทาง ได้อย่างน้อยวันละ 52 ลบ.เมตร
หรือ 52,000 ลิตร / วัน
 เป็นการออกแบบประมาณการเบื้องต้น ถ้าระยะทางหรือความชันมากกว่านี้ ปริมาณน้ำที่สามารถสูบ
และส่งถึงปลายทางจะลดลงบ้างตามสภาพ   
และในช่วงกลางเดือน พฤษภาคม ก็ได้รับการติดต่ออีกครั้งจากคณะกรรมการ ตกลงสั่งซื้อที่ต้องรอ
เพราะมีงบประมาณจำกัด และมีโครงการอยู่สองโครงการที่จะต้องตัดสินใจระหว่างทำลานตากมันสำปะหลัง
เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเพิ่มมูลค่าของมันสำปะหลังจากการขายหัวมันสด มาเป็นการแปรรูปเป็นมันเส้น
และสุดท้ายก็มีความเห็นว่าควรทำเรื่องของระบบน้ำก่อน เพราะระบบน้ำประปาเดิม 
ใช้ปั๊มสูบน้ำขึ้นสู่ถังเก็บเสียค่าไฟฟ้าต่อเดือนมาก ค่าใช้น้ำที่เก็บจากผู้ใช้น้ำ ไม่พอจ่ายค่าไฟฟ้า
   จากการที่ได้สนทนากันและทราบรายละเอียดต่างๆ ทำให้ได้ทราบถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อ
ท้องถิ่นของคณะกรรมการ ผู้เขียนจึงพยายามออกแบบให้ใช้แผงจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่จะสามารถทำงานได้
และ จัดเตรียม แอร์เวย์ ให้อีกสองชุด เตรียมท่อสูบแถมให้อีกชุดหนึ่ง และพิจารณาแล้วเห็นว่า จุดที่ตั้งเครื่อง
จะอยู่ในที่ห่างจากบ้านเรือน รวมถึงเป็นจุดที่เด็กๆจะมาว่ายน้ำเล่น จึงได้ทำตู้ครอบปั๊มน้ำแถมให้ตามในภาพ
เพื่อประโยชน์หลายๆอย่างดังนี้
1) เพื่อความปลอดภัยของอุปกรณ์ เช่นมอเตอร์ ปั๊มน้ำ และระบบควบคุม
2) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมการทำงานของปั๊มได้อย่างเป็นระบบ คือ ถือกุญแจควบคุมการปิดเปิด
3) ป้องกันอันตรายสำหรับเด็กเล็กๆที่อาจจะมาซุกซนใกล้กับเครื่องที่มีการหมุน หรือเคลื่อนที่
4) ยืดอายุการใช้งานของเครื่อง ป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ให้ต้องทำงานกรำแดด กรำฝน
  ขออนุญาตเขียนเล่าให้ฟังอย่างละเอียดก็เพื่อจะให้ท่านที่เป็นผู้นำท้องถิ่นทั่วประเทศทราบว่า ผู้เขียนเข้าใจ
ว่างบประมาณมีจำกัด ถ้าอยากจะทราบงบประมาณระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อนำไปประกอบ
เปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆ ผู้เขียนยินดีให้ข้อมูลสำหรับทุกโครงการ
    ผู้เขียนขอนำเอาโครงการนี้มาให้ชมอย่างละเอียดเพราะเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จได้จาก
การรวมพลัง และความสามัคคีของประชาชนในหมู่บ้าน ซึ่งตรงกับแนวทางการทำงานของผู้เขียน
ที่ต้องการผลิตเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ประกอบสำเร็จ เรียบร้อย พร้อมใช้งานจากโรงงาน
ผู้เขียนอยากให้ทางท้องถิ่น เดินและติดตั้งระบบท่อด้วยตนเอง เทแท่นคอนกรีต ด้วยแรงงานในท้องถิ่น
เพื่อให้เกิดการสร้างงานในท้องถิ่น
   รายละเอียด ข้อมูลทางด้านวิศวกรรม ในการเตรียมการติดตั้ง ขนาดแท่น ขนาดท่อ ฯลฯ ทางบริษัทฯ
ช่วยให้คำแนะนำทุกขั้นตอน ด้วยแบบและคำแนะนำที่เข้าใจง่าย ภาษาไทย เพราะงานนี้ทำเพื่อคนไทยครับ
  
 เมื่อทำการประกอบเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทฯก็จะทำการ
ทดสอบ เดินเครื่อง และวัดปริมาณของน้ำที่สูบได้ จัดส่งเป็นรายงานผลการทดสอบ เพื่อส่งให้กับ
ลูกค้า ในขั้นตอนนี้ ลูกค้าสามารถ เข้ามาชมการทดสอบด้วยตนเอง หรือมาเป็นหมู่คณะ เพื่อตรวจสอบ
ความเรียบร้อย ถูกต้องของงาน และ ชมการทดสอบการทำงานของเครื่องสูบน้ำ 
  การทดสอบทางบริษัทฯจะมีชุดระบบท่อทดสอบโดยการแบ่งการทำงานออกเป็น 4 ระดับดังนี้
1) ทดสอบที่ระดับ TDH=0.0 เมตร ได้อัตราการไหล 220ลิตร/นาที
2) ทดสอบที่ระดับ TDH=10 เมตร ได้อัตราการไหล 188 ลิตร/นาที
3) ทดสอบที่ระดับ TDH=15 เมตร ได้อัตราการไหล 146 ลิตร/นาที
4) ทดสอบที่ระดับ TDH=20 เมตร ได้อัตราการไหล 132 ลิตร/นาที
  การทดสอบภาคสนามก่อนนำเครื่องไปติดตั้ง มีความจำเป็น เป็นการตรวจสอบวัดปริมาณของน้ำ
ที่สูบได้ ที่ระดับความสูงที่แตกต่างกัน เป็นเรื่องทางด้านวิศวกรรมชลประทาน ที่สามารถตรวจวัดได้
อย่างเป็นรูปธรรม ผลของการทดสอบ จะนำมาใช้ประเมินปริมาณน้ำที่สามารถสูบได้ในแต่ละวัน
  เมื่อส่งรายงานผลการทดสอบเรียบร้อยแล้ว เมื่อลูกค้าโอนชำระค่าสินค้างวดที่สองแล้วก็จะทำการนัดหมาย
วันเข้าทำการติดตั้งอีกครั้งหนึ่ง
  เมื่อทางหน้างานทำการเดินระบบท่อเรียบร้อยแล้ว ทำฐานคอนกรีตวางเครื่องเรียบร้อยแล้ว
ทีมงานขนส่งและติดตั้งก็ออกเดินทางด้วยรถสองคัน รถบรรทุกที่มีเครนออกเดินทางจากโรงงาน
เวลา 04.00 น.เดินทางล่วงหน้าไปก่อน เพราะรถบรรทุกเดินทางได้ช้ากว่า ส่วนอีกคันเป็นรถ
เล็ก ออกเดินทางเวลา 6.00 น. ตามไปทันกันที่ อำเภอทองผาภูมิ เวลาประมาณ 11.30 น.
  เดินทางช้าเพราะฝนตกตลอดทาง และยังหวั่นใจว่า จะไม่มีแสงแดดในการทดสอบหน้างาน
    มาถึงสถานที่ติดตั้งเวลา 12.30 น. ฝนตกพรำๆเล็กน้อย ท้องฟ้าปิด ทำการยกเครื่องลงตำแหน่ง
ที่ติดตั้ง หวังในใจลึกๆว่า จะมีแสงแดดมาให้เห็นสักชั่วโมงเพื่อทำการทดสอบดันน้ำขึ้นเนินได้
  ถ้าเป็นระบบขนาดเล็ก ทางบริษัทฯจะออกแบบให้มีขนาดเล็ก และสามารถขนย้ายได้ด้วยรถกะบะเล็ก
ถ้าเป็นระบบขนาดใหญ่ ทางบริษัทฯ จะจัดหารถบรรทุก หรือรถเครน ขนส่งไปให้ถึงหน้างาน ในโครงการนี้
ทางคณะกรรมการ ได้ส่งข้อมูล และทำการเทฐานคอนกรีต และ หันทิศทางของแท่น ตามคำแนะนำได้อย่าง
ถูกต้องครบถ้วน ทุกกระบวนการ
  จากการเตรียมการที่ดี และท่านเจ้าของที่ดินยินดีสละที่ดินบางส่วนเพื่อประโยชน์ของหมู่บ้าน
นับว่าเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และตัดต้นไม้ใหญ่ออก สองต้น เพื่อป้องกัน
เงาของกิ่งไม้ที่จะมาทอดบังในช่วงเช้าและสาย รวมถึงป้องกันกิ่งไม้ที่อาจจะหักลงมาทำให้เกิดความ
เสียหายต่อแผงโซล่าเซลล์
   งานนี้ทุกอย่างลงตัว ลุงสมพร เจ้าหน้าที่ขนส่งอาวุโสของเราก็ทำการยกชุดระบบสูบน้ำลงมายังแท่น
คอนกรีตริมคลองได้อย่างปลอดภัย ในภาพคณะกรรมการหมู่บ้านมาช่วยกันประคองเครื่องเข้าสู่แท่น
คนหมู่บ้านไร่ป้า ที่นี่มีความสามัคคีเป็นอย่างมากครับ เวลาผมออกมาหน้างานจะได้เห็นภาพแบบนี้
น่าปลื้มใจมากครับ วิถีของคนไทยแท้ๆครับ
  โดยปรกติทีมจัดส่งจะมีอยู่ 3 คน วันนี้คณะของเรา มีวิศวกรฯติดตามมาด้วยเพื่อช่วยให้คำแนะนำ
และทำการวัดระยะตำแหน่งของแท่นเครื่อง เมื่อใช้เข็มทิศ หาทิศทางทางด้านทิศใต้ ถูกต้องแล้ว
ก็ทำการแบ่งระยะเว้นรอบเครื่องเพื่อความสวยงาม และแบ่งกันพื้นคอนกรีตส่วนหน้าเอาไว้ เพื่อให้
สามารถทำงานได้สะดวก ไม่ชื้นแฉะในเวลาที่ฝนตก
  สำหรับแท่นคอนกรีตทางหมู่บ้านเทเตรียมเอาไว้ กว้าง2 เมตร ยาว 4 เมตร
จะเสริมเหล็ก หรือใช้ไม้ไผ่ ผ่าแล้วขัดกันแทนเหล็กเส้นก็ได้ น้ำหนักรวมทั้งชุด 750 กิโลกรัม
ถ้ารถเข้าไม่ถึงก็คงต้องออกแรงหามกันประมาณ 10 คนก็ไหวครับ
เครื่องมือจำเป็นก็มีเพียง ตลับเมตร และเข็มทิศ
  เมื่อได้ตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วก็จะทำการ " เจาะยึดพุกเหล็ก " จำนวน 4 รู
ที่มุมทั้ง สี่ด้าน แล้วทำการขันยึดให้แน่นทั้งสี่มุม
เครื่องมือจำเป็น
1) สายปลั๊กต่อสำหรับเสียบใช้สว่านไฟฟ้า ในบางที่ไม่มีไฟฟ้าก็จะเตรียมเครื่องปั่นไฟฟ้า
งานนี้ทางคณะกรรมการเตรียมไฟฟ้ามารอ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็ยึดเสร็จเรียบร้อย
2) สว่านไฟฟ้าแบบกระแทก สำหรับเจาะคอนกรีต
3) ประแจขันหัวพุก # 22
4) พุกเหล็ก ทางบริษัทฯจัดเตรียมให้แล้วครับ
  พอยึดพุกเหล็กเสร็จเรียบร้อย 4 มุม แน่นหนาแล้วก็จะทำการกางแผงขึ้นเพื่อให้ได้มุม
ที่ดีที่สุดสำหรับรับแสงแดด ของหน้างานนี้ ผมเลือก 17.5 องศา หันหน้าลงทิศใต้
การการแผงใช้ประแจแหวน #14 เพียงตัวเดียว 
1) คลายนัต ของ U-Bolt ออก แล้วดันส่งขึ้น 
2) ขัน นัต ของ U-Bolt ให้แน่น
  ในระหว่างรอการติดตั้ง สังเกตด้านหลัง จะเห็นท่อเมนที่จะส่งขึ้นถังเก็บควรทำการปล่อยน้ำ
กลับลงมา เพื่อล้างเศษหิน ดิน หรือทราย ที่อาจจะค้างอยู่ในระบบท่อ ในระหว่างการติดตั้ง
ถ้ามีเศษหิน ดิน ทราย หรือเศษท่อ เทปพันเกลียว ค้างอยู่ในระบบ จะสร้างปัญหาให้กับระบบ
และการทำงานของวาวล์กันไหลย้อนกลับ ( Check Valve)
  การวางระบบท่อสูบ
 เป็นขั้นตอนสำคัญที่ควรเร่งทำก่อน เพราะถ้าระบบท่อสูบที่มีลักษณะไม่ถูกต้องหรือขนาด
ไม่เหมาะสม หรืออยู่ห่างไกลเกินไป ระยะทางไกลหรือสูงเกินไป ก็จะสูบน้ำไม่ขึ้น หรือได้น้อย
กว่าที่ออกแบบเอาไว้
  ในภาพเป็นชุดท่อสูบขนาด 3 นิ้ว ที่ทางบริษัทฯเตรียมไปให้เพราะเห็นว่าการจัดหา Foot Valve ขนาด 3 นิ้ว
ในตลาดต่างจังหวัดค่อนข้างหาซื้อยากร้านค้าไม่ค่อยนำมาขาย เรื่องขนาดของท่อสูบขออธิบายในบทนี้เลยว่า
ถ้าท่อสูบของปั๊มขนาด 2 นิ้ว เราควรขยายเป็นขนาด3 นิ้ว ( คือ + 1 นิ้ว จากขนาดของปั๊ม) อย่าไปยึดถือตามความเชื่อ
ที่คลาดเคลื่อนว่า  " การรีดท่อเล็กลงจะทำให้แรงดูดมากขึ้น " ซึ่งในความเป็นจริงเครื่องสูบน้ำ หรือปั๊มน้ำ ทำหน้าที่เป็น 
" เครื่องดันน้ำ " เมื่อเราเดินเครื่องสูบน้ำถ้าระบบท่อสูบไม่รั่ว ก็จะเกิดแรงดูดจากความเป็นสูญญากาศเพียงเล็กน้อย
ที่มีความสามารถเพียงเปิดหรือยก ลิ้นของ foot valve เพียงเท่านั้น
    มวลของน้ำจะถูกลำเลียงเข้ามาตามท่อสูบด้วย ความดันบรรยากาศ กดที่ผิวน้ำ ดันส่งให้มวลน้ำไหลเข้าไปในท่อ 
เพื่อลำเลียงมวลน้ำเข้าไปสู่ห้องสูบของปั๊ม ดังนั้นถ้าระดับความลึกของผิวน้ำ ยิ่งอยู่ต่ำกว่าปากท่อสูบของเครื่องในแนวดิ่ง
มากกว่า 6-8 เมตรการไหลเติมของน้ำก็จะลดลง หรือไม่สะดวก และได้ปริมาณน้ำที่เติมเข้ามาลดลง 
ขออธิบายละเอียดอีกครั้งในบท " อิทธิพลของท่อด้านสูบ "
  ถ้าเราสามารถทำแพให้เครื่องสูบน้ำลอยอยู่บนผิวน้ำได้จะเป็นการดีที่สุด แต่ต้องลงทุนสูงมาก ในการทำงานจริง
 การตั้งเครื่องให้ใกล้ผิวน้ำมากที่สุดก็จะช่วยให้มวลน้ำไหลเข้าเครื่องดันน้ำได้มากกว่าการตั้งเครื่องสูงกว่าระดับน้ำ
มากๆ และถ้าความลึกเกินระยะ 5 เมตรไปแล้วปริมาณจะลดลง จนกลายเป็นสูบไม่ขึ้นที่ระยะ 7-10 เมตร
 การติดตั้งท่อสูบควรปรับมุมองศาของท่อให้เอียงลงไปยังแหล่งน้ำ เพื่อไม่ให้เกิด
ฟองอากาศในระบบท่อทางสูบ และต้องให้ปลายท่อสูบอยู่เหนือพื้นดินใต้น้ำประมาณ
50 ซม. เพื่อป้องกันเครื่องดูดเลนเข้าระบบท่อสูบ
 ขอขอบคุณคณะกรรมการหมู่บ้านที่มาช่วยในการปักไม้ ค้ำยันครับ
    เมื่อทำการติดตั้งท่อสูบเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องทำการเติมน้ำ หรือ " ล่อน้ำ " ให้เต็มท่อทางสูบ
ในการเดินเครื่องครั้งแรก ในระบบสูบน้ำที่ทางบริษัทฯผลิต จะเตรียมชุดสำหรับเติมน้ำเอาไว้ให้
เปิดประตูเติมน้ำก่อน กรอกน้ำให้เต็มท่อ แล้วปิดประตูเติมน้ำ
  
 ทำการเดินเครื่องและวัดปริมาณน้ำที่ต้นทาง
  ขั้นตอนที่สำคัญต่อมาในการติดตั้งก็คือการวัดปริมาณน้ำที่สูบได้ที่หน้าเครื่อง เพื่อต้องการตรวจสอบว่า
1) ระบบท่อสูบ ระยะห่างของที่ตั้งเครื่องสูบกับแหล่งน้ำและในแนวดิ่ง เหมาะสมหรือเกินพิกัดหรือไม่ ?
2) ระบบท่อสูบมีรอยรั่วหรือไม่ ถ้ามีก็จะสูบน้ำไม่ขึ้น
3) วัดปริมาณน้ำที่สูบได้ที่ตำแหน่ง 0.0 bars.
 อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1) ถังน้ำขนาด 22 ลิตร (ใช้ถังสีน้ำ หรือสีทาผนังปูน ขนาดบรรจุ 20 ลิตร โรงงานจะทำถังขนาด22ลิตร เผื่อการขยายตัว)
2) ใช้โทรศัพท์มือถือ จับเวลา
วิธีการ
1) เดินเครื่องและเติมน้ำใส่ถัง 22 ลิตร จับเวลาว่า เติมน้ำเต็มถังใช้เวลา กี่ วินาที (ควรจับเวลา 3 รอบ)
  ควรทำการทดลองวัดปริมาณในช่วงมีแสงแดดปรกติ
ในการทดสอบหน้างาน เติมถัง22 ลิตรในเวลา 6 วินาที  คิดเป็นปริมาณน้ำ = 220 /นาที หรือ 13.2 ลบ.เมตร/ชั่วโมง
 
เทียบปริมาณน้ำ = ความจุถัง 22 ลิตรคูณ 60วินาที /หารด้วยเวลาที่จับได้ 6 วินาที 
จะเป็นปริมาณน้ำที่สูบได้ = 220 ลิตร/นาที (ตรงกับผลการทดสอบที่โรงงาน )
  ในการวัดปริมาณน้ำที่สูบได้ต้นทาง ยังเป็นเครื่องยืนยันว่า 
1) ระบบสามารถดึงน้ำขึ้นมาได้ถึงเครื่องสูบน้ำ
2) ทำให้ทราบปริมาณน้ำที่ต้นทาง ซึ่งจะมีปริมาณน้ำมากกว่าปลายทาง
  เป็นวิธีการคำนวนแบบง่ายๆ ที่ผู้เขียนขอเขียนเอาไว้แบบเข้าใจง่ายเพื่อเป็นเครื่องมือ
สำหรับทุกๆท่านที่ทำงานเกี่ยวกับระบบสูบน้ำ ( ซึ่งน่าจะเรียกว่าระบบดันส่งน้ำมากกว่า )
วิธีการวัดปริมาณน้ำนี้เราสามารถ ใช้วัดได้ทุกในระบบท่อทางด้านส่ง ซึ่งจะสามารถนำเอามาใช้
เป็นข้อมูลเพื่อปรับปรุงระบบโดยรวม หรือวางแผนการจัดการน้ำในอนาคต
   มาถึงบทนี้ทุกๆท่านคงจะพอมองภาพรวมออกแล้วนะครับว่า ลำดับแรกเราต้องมาตรวจสอบดูให้ชัดเจน
เสียก่อนว่าจุดที่เราตั้งเครื่องสูบน้ำนั้น เมื่อเดินเครื่องแล้วน้ำสามารถเดินทางมาถึงตัวเครื่องสูบน้ำได้หรือไม่
ถ้าน้ำเดินทางมาไม่ถึง หรือเดินทางมาถึงน้อยกว่าที่ประมาณการเราก็ต้องทำการปรับแต่งแก้ไขให้น้ำเดินทาง
มาถึงตำแหน่งที่ตั้งเครื่องได้ตามที่เราคาดการหรือ ออกแบบ เอาไว้ให้ได้ก่อน อย่ารีบร้อนไปแก้ที่จุดอื่น
  ในชุดของบ้านไร่ป้า น้ำขึ้นมาที่ต้นทาง 220 ลิตร/นาที หรือชั่วโมงละ 13,200 ลิตร/ชั่วโมง ตรงตามที่
ได้ออกแบบเอาไว้ และตรงตามผลการทดสอบเบื้องต้นจากโรงงานแล้ว ตอนนี้เรามีน้ำอยู่ในมือ 13.2 ลบ.เมตร
ต่อชั่วโมง ในลำดับต่อมา เราก็จะทำการ ย้ายหรือดันมวลน้ำจำนวนนี้ ขึ้นสู่ยอดเนิน ด้วยเครื่องดันน้ำพลังงานแสง
อาทิตย์ ที่มีต้นกำลังจากแผงโซล่าเซลล์ 1800 วัตต์ ขับด้วยมอเตอร์ขนาด 1500 วัตต์ หรือ 2 แรงม้า
    การดันน้ำขึ้นเนินแบบตรงๆทื่อๆไปตามท่อ ถ้าเป็นปั๊มที่ใช้เครื่องยนต์เป็นตัวขับ หรือมอเตอร์ไฟฟ้า
เราก็จะพบกับปัญหาเรื่องของการกินน้ำมัน หรือกินกระแสไฟฟ้ามาก เราจึงต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม
เข้าไปช่วย เพื่อลดแรงปะทะของมวลน้ำไหลย้อนกลับ(Water Hammer) ทดลองดูได้ครับถ้าระบบที่ใช้อยู่
ยังไม่มีอุปกรณ์นี้ พอเติมเข้าไป น้ำจะขึ้นไปปลายทางได้ปริมาณมากขึ้น และสิ้นเปลืองพลังงานน้อยลง
    โดยเฉพาะการใช้ต้นกำลังจากแผงโซล่าเซลล์แบบต่อตรง ถ้าไม่ติดตั้งอุปกรณ์นี้ ระบบจะเกิดความเสียหาย
และไม่ค่อยจะได้น้ำ เพราะแสงแดดที่บานๆ หุบๆ มอเตอร์ จะต้องต่อสู้กับมวลน้ำที่ไหลย้อนกลับไปกลับมาในท่อ 
และมีองค์ประกอบในเรื่องขนาดของท่อ ระยะทาง และความลาดชันเข้ามาเป็นองค์ประกอบอีกหลายประการ
    ผู้เขียนขอนำเอาแผนภูมิแสดงความสัมพันธ์อัตราการไหลของน้ำและการสูญเสียหัวน้ำ ของบริษัทท่อน้ำไทย จำกัด
นำมาประกอบ แผนภูมินี้ทางผู้ผลิตท่อจะจัดเตรียมเอาไว้เพื่อให้ลูกค้า และทุกๆท่านที่ทำงานเกี่ยวกับท่อน้ำ นำมาใช้เป็น
ข้อมูลในการออกแบบระบบท่อ ก่อนลงมือทำ หรือเลือกซื้อท่อมาใช้ หรือเพื่อเป็นการตรวจสอบว่า ระบบท่อของเราที่ใช้อยู่
มีความเหมาะสมหรือไม่ มากน้อยเพียงใด
  ในโครงการของบ้านไร่ป้า มีข้อจำกัดเรื่องของงบประมาณ จึงจำเป็นต้องใช้ท่อขนาด 2 นิ้วซึ่งเมื่อเทียบ
จากแผนภูมิแล้ว ระบบจะสูญเสียแรงดันหัวน้ำที่ 2.5เมตร ต่อความยาว 100 เมตร หรือประมาณ 9 เมตร
ในแนวดิ่ง ซึ่งเมื่อรวมกับความสูงชันที่วัดระดับจากGPS.แสดงค่าที่ประมาณ 12 เมตร โดยรวมแล้วระบบ
จะมีแรงเสียดทานโดยรวมที่ประมาณ 2.20 bars หรือเป็นสภาพการดันส่งน้ำที่ระดับความสูงรวม 22 เมตร
(เส้นสีน้ำเงินในแผนภูมิเป็นระบบท่อของบ้านไร่ป้า)
  ซึ่งเมื่อมีแรงเสียดทานมากกว่า 2.0 บาร์แล้วระบบจะทำงานได้ดีในช่วงที่แสงแดดจัด และ ปริมาณน้ำที่สูบได้
จะลดลงตามสัดส่วน แต่ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นการคำนวนคร่าวๆจากการดันน้ำขึ้นเนินแบบทื่อๆ ยังไม่มีการ
ปรับแต่ง หรือเพิ่มเติมอุปกรณ์ต่างๆที่ทางผู้เขียนจัดเตรียมเอาไว้ให้
  " ปรับแต่งได้ทุกเรื่อง " คือคำตอบจากผู้เขียน ขอเพียงให้ทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และในขั้นตอนสุดท้าย
ประสิทธิภาพและผลของการทำงานจะแสดงออกมาทางเครื่องมือวัด และ การวัดปริมาณน้ำในขั้นตอนสุดท้าย
ที่หยิบยกมาให้เรียนรู้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทุกๆท่านที่ทำงานในลักษณะนี้ จะได้นำเอาไปปรับปรุงแก้ไข ให้ระบบ
สามารถทำงานได้ ทุกอย่างต้องทำอย่างเป็นระบบ  " อย่าไปฟังเขาบอกว่าอย่างเดียว "
     ในภาพทางด้านซ้ายมือ ตำแหน่งที่ลูกศรชี้คือจุดที่ตั้งเครื่องสูบน้ำ ซึ่งทางคณะกรรมการได้ทำการ
เดินท่อเลียบมาตามถนน ท่อขนาด 2 นิ้ว ความยาวท่อที่ซื้อมาทั้งหมด 360 เมตร ผู้เขียนเดินขึ้นมาบนเนิน
แล้วมองกลับไปที่ต้นทาง ถ่ายภาพย้อนกลับไป และถังเก็บน้ำจะอยู่ด้านหลังบนเนินหลังเต่าอีกประมาณ
เกือบสองเมตร  รวมๆดูแล้วจะเป็นความลาดชั้นทั้งสิ้นราวๆ 12ถึง 14 เมตร ซึ่งจะต้องใช้แรงดันในการดันส่ง
อย่างน้อย 1.4 บาร์ บวกกับแรงเสียดทานในระบบท่ออีกประมาณ 0.9 บาร์ จะรวมๆกันแล้วประมาณ 2.4 บาร์
ซึ่งจะดันขึ้นแบบทื่อๆคงจะได้น้ำน้อย และ มอเตอร์ก็อาจจะเสียหาย ถ้าแดดบานๆ หุบๆ ซึ่งก็เป็นลักษณะของ
แสงแดดบ้านเรา คือแดดแรง แต่เมฆมาก โดยเฉพาะฤดูฝนด้วย
   ความท้าทายในการเอาชนะอุปสรรค ด้วยต้นทุนในมือที่จำกัด คงจะเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ที่ทำให้ผู้เขียน
เกิดความหลงไหลในงานการออกแบบระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์และลงทุนลงแรงทดสอบปรับแต่ง
มาตลอดระยะเวลาสองสามปีที่ผ่านมา
   พอมองลงไปจากยอดเนินประเมินความสูงชัน และระยะทางแล้ว ก็จะต้องดันส่งน้ำเพื่อหาแรงเสียดทาน
ในลักษณะของจริง( Real Condition Running ) เพื่อนำมาเป็นค่าสำหรับปรับแต่งระบบ
 การสูบน้ำขึ้นยอดเนิน ด้วยเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์แบบต่อตรง เราต้องอาศัยต้นกำลังทั้งหมด
จากแสงแดด ซึ่งเป็นต้นกำลังที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน การที่ผู้เขียนไม่ใช้แบตเตอร์รี่
เก็บสำรองพลังงานเพราะ ระบบการชาจเติมแบตเตอรี่ มีค่าใช้จ่ายในเรื่องของแบตเตอรี่ สูง และอายุการใช้งาน
ไม่ค่อยจะทนทานนัก เมื่อนำมาใช้กับงานสูบน้ำหนักๆ และมีความสูญเสียในการปรับ
สภาพกระแสไฟฟ้าค่อนข้างสูงและแบตเตอรรี่จะกลายมาเป็นต้นทุนของการเดินเครื่อง 
อายุการใช้งานก็จะแปรผันตามสภาพการใช้งานและการดูแลบำรุงรักษา
 " Air Ware " เป็นอุปกรณ์ที่ผู้เขียนเลือกใช้เข้ามาประกอบในระบบท่อทางส่ง ในระบบที่ส่งไกล ผู้เขียนจะทำการ
ติดตั้ง Aier Ware เข้าไปในระบบจำนวน 3 ชุด ประกอบด้วย
1) First Stage Air Ware ชุดนี้จะทำหน้าที่ปั๊นแรงดันและลดแรงกระแทกกลับของ Water Hammer
2) Middle Air Ware หรือ แอร์เวย์กลางทาง ซึ่งจะพิจารณาจุดที่ติดตั้งในตำแหน่งที่จะต้องทราบจากกำลังเครื่อง
เมื่อเดินในสถานที่ติดตั้งจริง ซึ่งจะเป็นค่าที่ได้จากการอ่าน Pressure Gauge เมื่อทำการเดินเครื่อง
หลังจากที่ติดตั้งFirst Stage Air Ware หรือ แอร์เวย์ต้นทาง เรียบร้อยแล้ว มีหน้าที่ ลดอิทธิพล
ของ Major Water Hammer
3) Final Air Ware หรือ แอร์เวย์ปลายทาง ทำหน้าที่ สร้างแรงดันน้ำชุดสุดท้ายเพื่อดันส่งขึ้นถังเก็บ
  ตำแหน่งของการวาง Air Ware ชุดที่ สอง และ 3 จะต้องพิจารณษจากองค์ประกอบหลายๆด้าน ตามสภาพ
ความเหมาะสมของหน้างาน Air Ware ช่วยเพิ่มแรงดัน และลดอิทธิพลของ Water Hammer ก็จริง แต่เปรียบได้
คล้ายกับยาแก้ปวด ต้องเติมหรือรับประทานในจำนวนและขนาดที่เหมาะสม ถ้ามากเกินไปก็จะมีผลเสียต่อระบบ
กลายสภาพมาเป็นภาระ(Load) ให้ระบบทำงานหนักขึ้น ต้องติดตั้งในจำนวนและระยะหรือจุดที่กำหนดให้จึงจะ
ส่งผลดีต่อระบบ 
    หลังจากที่ทำการติดตั้ง First Stage Air Ware หรือ แอร์เวย์ต้นทาง แล้วปล่อยให้ระบบเดินทำงาน
แบบ Real Condition Running ค่าของเกจวัดแรงดันรวมแสดงค่า 1.4 bars. จึงให้ช่างทำการติดตั้ง
Middle Air Ware หรือ แอร์เวย์กลางทาง ที่ระยะทางประมาณ 150 เมตร จากจุดที่ตั้งเครื่อง
ตำแหน่งที่จะติดตั้งไม่ได้อยู่ที่ระยะทางแล้วแบ่งครึ่งเสมอไป ในหน้างานบ้านไร่ป้า ท่อจะถูกดันขึ้นเนิน
ในช่วงแรก แล้วลงเนิน แล้วดันขึ้นเนินอีกครั้ง ซึ่งมีทั้งผลดีและผลกระทบกลับ ค่าที่แสดงออกที่เกจวัดแรงดัน
รวมกับลักษณะของเนิน
  ตามที่ได้กล่าวว่า หน้างานบ้านไร่ป้าน่าสนใจ เพราะลักษณะของทางเดินระบบท่อ เป็นการไต่ขึ้นเนิน
ถึงสองเนิน ในจุดตำแหน่ง 150 เมตร ที่ผู้เขียนเลือกระยะตรงนี้ก็เพราะ ปั๊มจะดันส่งน้ำขึ้นเนินแรกที่
ระดับความชันประมาณ 5 เมตร พอมวลน้ำขึ้นยอดเนินแล้วจะไหลวิ่งลงเนินมาจากต้นทางเป็นแรงดันส่ง
ช่วย ซึ่งเราจะสังเกตเห็นว่า เมื่อเราทำการตัดท่อ โดยที่ปิดเครื่องแรงดันน้ำในท่อที่มีเพียงน้ำหนักของมวลน้ำ
ในเชิงบวก หรือ Positive Water Hammer  ที่เคยเป็นตัวร้าย เราก็จับพลิกมาให้กลายเป็นแรงดันส่งอีกส่วนหนึ่ง
คือจับผู้ร้ายมาทำความดี ถ้าเราวางได้ถูกตำแหน่ง และถูกมุม
   (เครื่องสูบน้ำ หรือต้นทาง อยู่ทางด้านซ้ายมือ)
        ภาพนี้เป็นเรื่องโชคดีที่เก็บภาพมาได้ คือที่ปลายเกลียวของ Check Valve มีน้ำหยดเล็กน้อย
ทางช่างตัดสินใจตัดท่อออกเพื่อทำการพันเทปพันเกลียวและขันใหม่ หลังจากที่เดินเครื่องประมาณ
สิบนาที เพื่อหารอยรั่วตามจุดต่อต่างๆ
  ถ้ามองผิวเผินอาจจะดูว่าไม่มีอะไร แต่ถ้ามองลึกๆให้เข้าใจถึงอิทธิพลของ Water Hammer ในด้านลบ
ที่เป็นแรงต้านกลับ เพราะเมื่อมวลน้ำอยู่ในท่อขนาด 2 นิ้ว เป็นระยะทาง 210 เมตร ในแต่ละความยาว
1 เมตร จะมีมวลน้ำอยู่ 1.9 ลิตร หรือน้ำหนัก 1.9 กิโลกรัม เมือรวมความยาว 210 เมตรก็จะมีมวลน้ำ
ในท่อ 399 kgs. เมื่อคูณแรงโน้มถ่วง 9.81 N และความชันช่วงสุดท้ายอย่างน้อย 7 เมตร ก็จะเป็นแรงตีกลับ
จำนวนมาก หน่วยจะเป็นKg.N  
  ถ้าอธิบายแบบบ้านๆ เข้าใจง่ายๆ ก็คือจุดตำแหน่งนี้ เวลาที่แสงแดดหุบ น้ำหนักของน้ำจะไหลย้อนกลับมากด
ลิ้นชองเช็ควาวล์เอาไว้ ถ้าจะทำให้น้ำเดินไปข้างหน้า ปั๊มจะต้องออกแรงให้มากพอที่เพื่อเอาชนะแรงกดทับที่
ไหลย้อนกลับมา  เพื่อที่จะสามารถมีกำลังดันส่งน้ำขึ้นเนินไปยังปลายทางได้ ภาพนี้จึงขอนำมาให้ชมประกอบ
คำอธิบาย
   มีวิธีง่ายๆที่จะสามารถทำให้ไม่ต้องมองปัญหานี้เลยก็คือ ใช้มอเตอร์ขนาดใหญ่ขึ้น
ซึ่งปั๊มชักรุ่นนี้รับได้ถึง 5 แรงม้า ซึ่งต้องใช้แผงโซล่าเซลล์จำนวนอย่างน้อย 16 แผง ก็สามารถดันส่งน้ำขึ้น
ยอดเนินได้อย่างสบายๆ 
   แต่ราคาหรืองบประมาน การลงทุนของเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ก็จะกลายเป็นยานอวกาศ 
โอกาสที่จะซื้อมาใช้งานกันอย่างกว้างขวางก็จะลดลงไปอีกหลายเท่าตัว
    
  ปลายทางที่ยอดเนินเป็นที่ตั้งของถังเก็บน้ำประปาภูเขา ซึ่งในฤดูฝน ก็จะมีน้ำไหลจากภูเขา
มาเติมถังเก็บตลอด แต่พอเข้าสู่ฤดูแล้ง จะไม่มีน้ำไหลมาเติมหลายเดือน แหล่งน้ำเดียวที่มีก็คือ
ลำธารที่อยู่ด้านล่าง มีการสร้างทำนบกักน้ำเอาไว้ใช้ได้ตลอดปี 
    วันที่ไปส่งเครื่องและทำการติดตั้ง ผู้เขียนได้ติดตามไปด้วยเพื่อเก็บภาพและข้อมูลต่างๆ
ที่หน้างานด้วยตนเอง ที่ทำการติดตั้ง วันนั้นท้องฟ้าปิด สลับฝนตกตลอดวัน มีบางจังหวะที่มีแสง
พอให้เครื่องเดินได้บ้างต้องเดินทางกลับออกมาประมาณ18.00 น. และกลับถึงบ้านประมาณ 23.00น.
   หลังจากที่ตั้งเครื่องและติดตั้ง Air Ware จำนวนสองชุดที่ต้นทางและกลางทางแล้ว
ฝนตกหนัก ฟ้าปิด ติดต่อกันหลายวัน ในวันที่12 กค.2559 มีช่วงจังหวะที่มีแสงแดด
บ้าง ทางคณะกรรมการแจ้งข่าวมาว่า มีแสงแดดพอเห็นเงาท่อตามในภาพที่ส่งมา
เครื่องเดินได้ในรอบช้า
 1) แรงดันรวมในระบบท่อ 2.0 bars.
2) ปริมาณของน้ำที่วัดได้ที่ยอดถังเก็บ 73.33ลิตร/นาที
หรือ 4.399 ลิตร ต่อชั่วโมง
หรือวันละประมาณ 26.39 ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน ( คิดที่แสงแดด 6 ชั่วโมง)
ที่หน้างานไม่มีเครื่องมือวัดค่าพลังงานแสงแดด แต่เมื่อเทียบกับข้อมูลการทดสอบที่โรงงาน
ในสภาพแสงแดดปรกติ ที่แรงดัน 2.0 bars. ควรจะได้น้ำที่ปริมาณ 132ลิตร/นาที
ความแตกต่างของปริมาณน้ำที่วัดได้ เมื่อเทียบแล้วหย่อนลงไป 55.55% หรือหายไปครึ่งหนึ่ง
ประมาณค่าพลังงานแสงแดดจะอยู่ที่ประมาณ 450วัตต์/ตารางเมตร
เป็นองค์ประกอบประมาณการจากประสบการณ์ของการติดตั้ง นำมาโยงกับข้อมูลการทดสอบ
พอที่จะอนุมานได้ว่า ระบบนี้สามารถทำงานได้ตามที่คาดหวังครับ
 ผลของการทดสอบในสภาพแสงแดดที่ผู้เขียนคาดการว่ามีค่า ประมาณ 50% รวมถึงปริมาณ
ของน้ำที่วัดได้ที่ปลายทาง บนยอดถัง ทำให้ผู้เขียนซึ่งเป็นผู้ออกแบบมั่นใจว่า เครื่องสูบน้ำชุดนี้
สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ เพราะสำหรับ ค่าของพลังงานแสงแดดสูงสุดของผู้เขียนจะใช้ค่า
พลังงานแสงแดดที่ 800 วัตต์/ตารางเมตร เป็นค่าที่ใช้ในการอ้างอิง และออกแบบ
  อีกประเด็นหนึ่งที่น่าพอใจก็คือสามารถลด ค่าแรงเสียดทานรวมทั้งระบบที่ประมาณการไว้ที่ 2.4 บาร์
เหลืออยู่ที่ 2.0 บาร์ ซึ่งเป็นผลของ Positive Water Hammer ที่ไหลลงจากเนินแรก และเมื่อมารวมกับแรงดัน
สะสมในระบบท่อช่วงแรก สามารถเอาชนะแรง Negative Water Hammer ให้มีอิทธิพล ลดลงไปได้
  ถ้ามีแสงแดดเป็นปรกติราวๆ 700-800 วัตต์ ต่อตารางเมตร ระบบก็จะสามารถดันส่งน้ำจากฝายน้ำ
ขึ้นไปยังถังเก็บได้วันละ 50 ลบ.เมตร และยังมี Air Ware ชุดสุดท้าย คือ Final Air Ware ซึ่งจะทำหน้าที่
อยู่สองหน้าที่หลักคือ
1) ลดอิทธิพลของ Negative Water Hammer ช่วงสุดท้าย 
2) ปั้นน้ำขึ้นเติมถังให้มากขึ้น
   จากข้อมูลการเดินเครื่องประกอบกับข้อมูลต่างๆจากการออกแบบ ผลการทดสอบที่โรงงาน ผู้เขียนมั่นใจว่า
ในวันที่ฟ้าหลัวๆในฤดูฝน ระบบจะดันส่งน้ำขึ้นถังได้อย่างน้อยที่สุดวันละ26 ลบ.เมตร (แสงแดด 350-400 
วัตต์/ตารางเมตร)ในวันที่มีแสงแดดปรกติ ระบบจะสามารถดันส่งน้ำขึ้นถังได้ วันละ 50 ลบ.เมตร 
(แสงแดด 600-800 วัตต์/ตารางเมตร) มีแสงแดด มีน้ำใช้แน่นอน 
 up date  24 กรกฎาคม 2559 12.00 น.
   วันนี้ได้รับทราบผลการทดสอบ จากคณะกรรมการบ้านไร่ป้า  ที่ส่งข้อมูลมาให้ผู้เขียนทาง Line
ทำการทดสอบ เวลา 12.00 น.
วัดอัตราการไหลของน้ำที่ปากถังเก็บน้ำ เติมถัง 22 ลิตร ในเวลา 10 วินาที
สภาพท้องฟ้าและแสงแดดปรกติ
  ผลของการวัดมีรายละเอียดและผลของการทำงานที่ใกล้เคียงกับการทดสอบเครื่องที่โรงงาน
ก่อนทำการส่งมอบและทำการติดตั้ง
อัตราการไหล เติมถังขนาด 22 ลิตร เต็มภายในเวลา 10 วินาที
หรือ 132 ลิตร/นาที
7,920 ลิตร/ชั่วโมง
ซึ่งจะสามารถดันส่งน้ำจากคลองกลางหมู่บ้าน ขึ้นเติมถังได้วันละ 47.45 ลบ.เมตร/วัน
ซึ่งในการออกแบบและการทดสอบ ผู้เขียนจะใช้เวลาทำงาน 6 ชั่วโมง/วัน (9.00ถึง 15.00น)
ซึ่งในการทำงานปรกติเครื่องจะเดินตั้งแต่เวลาประมาณ 7.30 ถึงเวลา 16.30 หรือมากกว่า
เพียงแต่ว่าในช่วงเวลา " หัวเช้า และ หัวเย็น " ความเข้มของแสงจะน้อยกว่าเวลาแสงแดดมาตรฐาน
เครื่องเดิน และดันส่งน้ำขึ้นยอดถัง เพียงแต่ว่า อัตราการไหลจะลดลง ถือว่าเป็น ปริมาณน้ำแถม
ในแต่ละวัน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานโดยตรง
  ในการทดสอบครั้งนี้ เราจะพบว่า แรงดันรวมในระบบท่อ ซึ่งสามารถอนุมาณเป็นแรงต้าน หรือแรงเสียดทาน
ของระบบทั้งหมดแสดงค่า 2.50 Bars.ซึ่งจะมาจากปัจจัยต่างๆดังนี้
1) ความสูงชันรวมประมาณ 12เมตร =1.2 bars.
2) แรงเสียดทานในระบบท่อขนาด 2 นิ้ว ยาว360เมตร = 0.9 bars.
3) แรงเสียดทานจากชุด water hammer blocker  สามจุด = 0.5 bars. 
 รวมแรงเสียดทานในระบบทั้งหมด 2.6 Bars. ซึ่งตรงหรือใกล้เคียงกับค่าที่วัดได้ของเกจวัดแรงดันรวม

    แสงแดดเป็นผู้สร้างกระแสไฟฟ้าเพื่อมาใช้ในการขับเคลื่อนมอเตอร์ และเราไม่สามารถควบคุม
" เมฆ " ที่ลอยไป ลอยมาในแต่ละวันได้ การออกแบบระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์แบบต่อตรง
จึงจำเป็นที่จะต้อง " เก็บทุกเมล็ดของพลังงาน " เข้ามาเติมในระบบและต้อง " ขจัดความสูญเสียทุกอย่าง"
ออกไปจากระบบ และต้องสร้าง " ความได้เปรียบเชิงกล " ในทุกๆด้านเพิ่มเข้ามาในระบบ ซึ่งในบางกรณี
ก็ต้องตัดสินใจ เลือกสิ่งที่เกิดผลดีต่อระบบมากกว่า เป็นกรณีของ " ได้อย่าง ก็ต้องเสียอย่าง " แบบเพลงของคุณอัสนีย์
     ความเจนจบ และประสบการณ์หน้างานจะช่วยทำให้ระบบสูบน้ำที่เราออกแบบ สามารถทำงานได้ใกล้เคียง
จุดสูงสุด เท่าที่จะสามารถทำได้ และต้องสามารถทำงานได้ทุกวัน ทุกฤดูกาล ในรอบปี " จุดที่ดีที่สุด" จึงไม่ใช่
" ค่าสูงสุด " จุดที่ดีที่สุดคือ " ค่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานในตำแหน่งนั้น " (Maximized set up point )
  ภาพซ้ายมือจากเกจวัดแรงดัน ตัวเดียวกัน ระบบท่อเดียวกัน มีความแตกต่างกันที่ ค่าความเข้มของแสงแดด
ภาพบน เป็นการเดินเครื่องที่ความเข้มของแสง ประมาณ 400 วัตต์/ตารางเมตร
ภาพล่าง เป็นการเดินเครื่องที่ความเข้มของแสง ประมาณ 800 วัตต์/ตารางเมตร
  น้ำถูกดันส่งขึ้นยอดถังได้เหมือนกัน แต่มีอัตราการไหลที่แตกต่างกันประมาณ 1 เท่า
เพราะในสภาพของ เกจวัดแรงดันตัวล่าง มีพลังงานมากกว่า จากความเข้มของแสงแดดที่มากกว่า
แต่ก็ต้อง สูญเสียพลังงานบางส่วน ประมาณ 0.5 Bars..ในการรีดมวลน้ำผ่านท่อขนาดเดิม
  การอ่านแรงดันรวมของระบบท่อ ก็คล้ายๆกับการใช้หูฟังของคุณหมอ หรือการจับชีพจรของ "หมอแมะ"
หรือหมอจีนโบราณ ซึ่งจะต้องตีความหมายของสิ่งที่สัมผัสได้ออกมาเป็น วิธีการรักษา หรือวิธีการปรับแต่งระบบ
เป็นมนต์ขลังของการออกแบบระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์แบบต่อตรง
ขั้นตอนสุดท้าย คือการหาตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อติดตั้ง Final Air Ware เพื่อวัตถุประสงค์
1) ลดอิทธิพลของ Water Hammer ช่วงสุดท้าย 
2) ลดแรงเสียดทานรวมในระบบท่อ ให้ลดลงจาก 2.5 bars. 
3) เพื่อลดแรงปะทะและภาระต่างๆ เพื่อให้มอเตอร์ทำงานเบาลง
4) เพื่อยืดอายุใช้งานของมอเตอร์ให้ยาวนานขึ้น
5) เพิ่มความได้เปรียบเชิงกลของระบบ " ก้อนสุดท้าย "
   ขั้นตอนนี้เราจะต้องพิจารณาหาตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับติดตั้ง แอร์เวย์ตัวสุดท้าย
แอร์เวย์ที่ผู้เขียนใช้ จะเพิ่ม Check Valve เข้าไปด้วย1 ชุด ไม่ได้มีเพียงท่อเปล่าๆ ซึ่งเป็นยาดี
ถ้าติดตั้งได้อย่างเหมาะสม มีเทคนิคในการปรับแต่ง ตำแหน่ง Before/After Position ซึ่งมีความซับซ้อน 
อธิบายยากครับ ถ้ามีโอกาสได้ทำงานร่วมกัน ควรทำตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง และครบถ้วน ระบบจะเดิน
ได้อย่างนิ่มนวล สมบูรณ์ ได้น้ำพอใช้ และเครื่องทนทาน องค์ประกอบทุกอย่าง ทดลอง และพิสูจน์ทราบมาแล้ว
  อธิบายแบบเข้าใจง่ายก็คือ เราจะต้องหาตำแหน่งติดตั้ง Final Air Ware จากจุด ( B) มาถึงจุดที่เรายืนถ่ายภาพ
ระยะทางแนวราบ 210 เมตร ระดับแนวดิ่งถึงปากถัง ประมาณ 6-7 เมตร
จุด A คือจุดที่ตั้งเครื่อง  จุด B คือจุดที่ติดตั้ง แอร์เวย์ตัวที่ สอง
  เมื่อทราบผลการทดสอบในสภาพปรกติเรียบร้อยแล้ว ผู้เขียนจึงส่งระยะการติดตั้ง
หรือตำแหน่งของ Air Ware ตัวที่ 3 คือ ห่างจากAir Ware ตัวที่ สองประมาณ 100 ถึง 120 เมตร
ซึ่งระยะจะขยับได้บ้างเพื่อความเหมาะสมของสภาพหน้างาน เพื่อไม่ให้ไปรบกวน หรือกีดขวาง
ทางเข้าออกของแต่ละบ้าน
 Air Ware ตัวที่สาม จะมีความแตกต่างจากตัวต้นทาง และกลางทาง อยู่บ้างพอสมควร
ซึ่งเป็นช่วงปลายของระบบท่อ การติดตั้งจะช่วยเพิ่มแรงดันได้บ้าง และ จัดการเรียงตัว 
ของมวลน้ำให้แน่นขึ้น ช่วยให้น้ำสามารถขึ้นถึงยอดถังได้ในช่วงที่สภาพแสงแดดอ่อน
และอีกหลายๆประการที่ต้องอธิบายในสภาพของหน้างาน
 ในตอนนี้ถือว่าระบบทำงานได้ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ทุกประการแล้วครับ
       
   ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณคณะกรรมการ หมู่บ้านไร่ป้า ที่ให้ความไว้วางใจ เลือกใช้เครื่องสูบน้ำ
พลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทฯ และขอขอบคุณทุกๆท่านที่ได้มีส่วนช่วยให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วง
ได้ตามวัตถุประสงค์ และยินดีที่ได้ทำงานร่วมกับทุกๆท่าน
   ผู้เขียนขออนุญาต นำเอารายละเอียด และภาพถ่ายของโครงการนี้ นำมาเรียบเรียงเป็นบทความ
เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับหมู่บ้านอื่นๆ ในประเทศไทย ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน
เราสามารถใช้ความสามัคคี และความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดในการพัฒนา
ท้องถิ่นของเราให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างมั่นคงและน่าภูมิใจครับ
    จากการที่ผมได้ไปส่งเครื่องสูบน้ำที่หน้างานบ้านไร่ป้าในครั้งนี้ ได้พบกับคณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้าน
ที่มาร่วมช่วยกันทำงานจนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ได้เห็นถึงความตั้งใจและมุ่งมั่นของคณะกรรมการ ที่สามารถ
ทำงานได้สำเร็จภายใต้งบประมาณที่จำกัด ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยพลังความสามัคคีและความเสียสละของกลุ่ม
คณะทำงาน ผู้เขียนจึงได้ขออนุญาตทางคณะกรรมการหมู่บ้าน ลงหมายเลขโทรศัพท์ของท่านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
เอาไว้ คือ คุณปฐพี รชตะพฤกษา 084-315-3155 ซึ่งเป็นผู้ประสานงานกับผู้เขียน ตั้งแต่เริ่มโครงการ 
และท่านผู้ช่วยก็ยินดีให้คำแนะนำในเรื่องระบบประปาหมู่บ้านให้กับ หมู่บ้านอื่นๆในพื้นที่ใกล้เคียง ผู้เขียน
ขอขอบคุณ ท่านผู้ช่วยและคณะกรรมการหมู่บ้านทุกท่าน ที่ยินดีจะช่วยกันให้คำแนะนำและให้ความรู้ต่อ
คณะกรรมการหมู่บ้านอื่นๆ ที่สนใจหรือต้องการคำแนะนำ หรือต้องการไปเยี่ยมชมโครงการ ก็โทรศัพท์
ไปสอบถามกันได้ครับ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการ การทำงานพัฒนาท้องถิ่น
    บทความและรายละเอียดต่างๆที่ได้รวบรวมและเรียบเรียงเอาไว้ เพื่อให้เป็นอีกแหล่งข้อมูลหนึ่งสำหรับการพัฒนาระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศไทย
หากท่านที่เป็นผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่มเกษตรกร หรือต้องการเพื่อใช้งานในไร่ในสวนของตนเอง ก็สามารถนำเอาความรู้ที่ได้จากการอ่านและศึกษาข้อมูลนี้ นำไปใช้งานได้
ผู้เขียนพยายามเขียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และมีสูตรการคำนวนและ ประเมินผลในลักษณะที่เข้าใจง่าย สามารถจับต้องและวัดผลได้ในทางวิศวกรรมฯ ขอให้นำไปประกอบ
เป็นแนวทาง และวิธีพิสูจน์ทราบในกรณีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสูบน้ำ เพื่อความชัดเจน และแม่นยำในการทำงานครับ 
Hit Counter Update July 25,2016
 

| หน้าแรกเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (แหล่งน้ำบนผิวดิน) | เครื่องสูบน้ำบาดาล พลังงานแสงอาทิตย์ |  |ติดต่อฝ่ายการตลาด |ผลงานการติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ |  
ความรู้เรื่องโซล่าเซลล์ฯสำหรับประชาชน  |บทความการบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำ   บทความเรื่องการจัดการน้ำและพื้นที่เพาะปลูกคลิปการทำงานของเครื่องใน u-tube|  
|การติดตั้งใช้งานเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก 300วัตต์|การส่งน้ำระยะไกลและขึ้นที่สูง|  |Webmaster Talk  |

เลขที่ ๙๙๙ หมู่ ๘ ถนน สมุทรปราการ-สมุทรสาคร(เลียบคลองสรรพสามิตร) ตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ สมุทรปราการ ๑๐๒๙๐

999 Moo 8 Samutprakarn- Samutsakorn Road, T.Narkur Prasamut jeadee Samutprakarn 10290 THAILAND

                 Tel: (66) 02- 408-5800-8 (9 Lines)     Fax:(66) 02- 408-5809 



Searches related to เครื่องสูบน้ํา โซล่าเซลล์ื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์  
โซล่าเซลล์ สูบน้ํา เพื่อการเกษตร
ปั๊มน้ําโซล่าเซลล์ ต่อตรง
โซล่าเซลล์สูบน้ำบาดาล
ปั๊ม น้า โซ ล่า เซลล์ 12v
ปั๊มน้ําโซล่าเซลล์ pantip
โซล่าเซลล์สูบน้ํา ราคาถูก แรงดันสูง

โซล่าเซลล์ สูบน้ํา ราคาถูกแบบประกอบเอง

เคปั๊มชักโซล่าเซลล์รื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ - vparpumpandmowers.com‎